Skip to main content
Dire Straits in the Gulf as Oil Threatens a New All-Time High

วิกฤตช่องแคบในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่น้ำมันเสี่ยงทำนิวไฮตลอดกาลครั้งใหม่

พฤ., 04/30/2026 - 10:57

หากคุณไม่ได้ตัดขาดจากข่าวสารไปโดยสิ้นเชิง สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ และโดยเฉพาะผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก ก็เป็นประเด็นพาดหัวสำคัญในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างขาดการไตร่ตรอง สาธารณรัฐอิสลามก็ได้เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดคอขวดสำคัญของการขนส่งน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานกว่า 50% ขึ้นไปเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลพอดีก่อนช่วงอีสเตอร์ ข้อตกลงหยุดยิงที่ถูกอ้างถึง และการเปิดช่องแคบอีกครั้งสำหรับประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ทำให้ตลาดเชื่อว่าช่วงเลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว ส่งผลให้ Brent ย่อลงมาอยู่แถว 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงประมาณวันที่ 17 เมษายน แต่การปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของทรัมป์ในเวลาต่อมา และการเจรจาในอิสลามาบัดที่ล่มลง กลับยิ่งทำให้ความไม่แน่นอนรุนแรงขึ้นและผลักดันให้ราคาปรับขึ้นต่อ ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ในวันที่ 30 เมษายน Brent ได้กลับขึ้นสู่ระดับของปี 2022 แล้ว โดยแตะ 121.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คิดเป็นการปรับขึ้นตั้งแต่ต้นปีมากกว่า 100% อย่างน่าตกตะลึง แม้เรื่องนี้จะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อผู้บริโภคทั่วไป แต่ก็เปิดโอกาสทำกำไรอย่างมากสำหรับนักลงทุนที่มองเกมขาด

ปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางน้ำมันในระยะกลางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ยังคงเป็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ตัวแปรด้านอุปทานอย่างการผลิตของ OPEC+ และการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ก็ยังเป็นคันโยกสำคัญเช่นกัน เช่นเดียวกับแรงกดดันตามธรรมชาติของตลาดที่ราคาสูงมีต่ออุปสงค์และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งท้ายที่สุดจะผลักดันให้ตลาดค่อย ๆ กลับเข้าสู่ภาวะสมดุล ในบทความนี้ เราจะพิจารณาปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้และอีกหลายประเด็น เพื่อประเมินทิศทางต่อไปของราคาน้ำมัน

ราคาพุ่งต่อเนื่องและคลังสำรองที่ลดลง

ราคาน้ำมันไม่ได้เย็นลงอย่างที่หลายคนคาดหลังความตื่นตระหนกในระยะแรก ตรงกันข้าม ตลาดได้เข้าสู่ระยะที่สองที่น่ากังวลยิ่งกว่าเดิม โดยแรงกระแทกทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงแรกได้ลุกลามกลายเป็นวิกฤตอุปทานที่ยืดเยื้อ ขณะนี้น้ำมันดิบ Brent ซื้อขายอยู่เหนือ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่มากกว่า 126 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ได้เห็นมาตั้งแต่ปี 2022 หลังเทรดเดอร์มองว่าความปั่นป่วนในอ่าวเปอร์เซียไม่ใช่เพียงความตื่นกลัวชั่วคราวอีกต่อไป แต่เป็นข้อจำกัดระยะยาวที่แท้จริงต่อการไหลเวียนของพลังงานโลก จุดกดดันหลักยังคงอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตามปกติเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันโลกราวหนึ่งในห้า สิ่งที่เริ่มต้นจากค่าพรีเมียมจากความกลัว กำลังกลายเป็นค่าพรีเมียมจากการขาดแคลนจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ ปริมาณสินค้าที่เคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีลดลง ทำให้ต้นทุนประกันสูงขึ้นและระยะเวลาเดินทางยาวนานขึ้น ขณะที่โรงกลั่นต้องเร่งหาน้ำมันเกรดทางเลือกมาทดแทน

แม้จะยังมีน้ำมันอยู่ แต่การนำออกสู่ตลาดกลับช้าลงและมีต้นทุนสูงขึ้น โครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออก คลังเก็บน้ำมัน ทรัพย์สินด้านการกลั่น และระบบโลจิสติกส์การขนส่งทั่วอ่าวเปอร์เซีย ต่างได้รับผลกระทบในระดับที่แตกต่างกันไป และแม้ในพื้นที่ที่สิ่งอำนวยความสะดวกยังเดินเครื่องได้เต็มที่ บริษัทประกัน เจ้าของเรือบรรทุกน้ำมัน และผู้ซื้อ ก็ยังเรียกเก็บค่าพรีเมียมที่สูงขึ้นก่อนจะกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติ ประเทศผู้นำเข้าได้พยายามบรรเทาผลกระทบด้วยการพึ่งพาคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์และสต็อกเชิงพาณิชย์ แต่กันชนเหล่านั้นกำลังร่อยหรอลงอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 6.2 ล้านบาร์เรลในข้อมูลรายสัปดาห์ล่าสุด เหลือ 459.5 ล้านบาร์เรล ขณะที่การส่งออกพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังยุโรปและเอเชียเร่งหาซัพพลายมาทดแทน ประเด็นนี้สำคัญ เพราะน้ำมันทุกบาร์เรลที่ถูกนำออกจากคลังวันนี้ คือหนึ่งบาร์เรลที่อาจต้องหามาเติมคืนในวันหน้า หากรัฐบาลต่าง ๆ เริ่มฟื้นฟูคลังสำรองฉุกเฉินในช่วงปลายปีนี้ ตลาดอาจต้องเผชิญกับแรงอุปสงค์เพิ่มเติมซ้อนทับบนห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัวอยู่แล้ว ในแง่มุมนี้ น้ำมันที่ราคา 120 ดอลลาร์ไม่ได้สะท้อนแค่ข่าวสงครามอีกต่อไป แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังค้นพบว่ากำลังการผลิตส่วนเกิน คลังสำรองส่วนเกิน และความอดทนที่เหลืออยู่ ล้วนมีน้อยกว่าที่เคยคาดกันไว้

อุปสงค์ที่ถูกจำกัดด้วยตัวเองและการช่วงชิงอำนาจของผู้ผลิต

แม้ทางออกของสงครามจะยังไม่ชัดเจน แต่บทถัดไปอาจขึ้นอยู่กับเศรษฐศาสตร์มากกว่าขีปนาวุธ ในทางประวัติศาสตร์ ราคาน้ำมันที่สูงมากมักหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งการปรับลงของตัวเอง ด้วยการชะลอการเติบโต บั่นทอนความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ และท้ายที่สุดกดให้อุปสงค์เชื้อเพลิงลดลง ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณแล้วว่ากระบวนการนี้กำลังเริ่มต้นขึ้น นักวิเคราะห์ออกมาเตือนมากขึ้นถึงฉากทัศน์แบบเงินเฟ้อสูงเศรษฐกิจชะลอ ซึ่งต้นทุนพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่การเติบโตทั่วโลกอ่อนแรงลง โดยเฉพาะในประเทศเศรษฐกิจที่พึ่งพาการนำเข้าในยุโรปและเอเชีย Reuters ระบุในสัปดาห์นี้ว่า Brent ปรับขึ้นราว 75% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งมากพอที่จะกดดันทั้งผู้บริโภคและมาร์จิ้นของภาคธุรกิจ แม้ก่อนที่ผลกระทบเงินเฟ้อระลอกถัดไปจะเริ่มปรากฏ

แต่อุปสงค์ที่อ่อนแอลงเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ตลาดกลับสู่สมดุล หากอุปทานยังคงถูกจำกัด สมมติฐานที่ถูกพูดซ้ำ ๆ ว่า OPEC+ สามารถแค่เปิดวาล์วแล้วทำให้ตลาดกลับมาเป็นระเบียบได้ ดูจะไม่แน่นอนเหมือนที่เคยอีกต่อไป ความตึงเครียดระหว่างสมาชิกแต่ละรายในกลุ่มผู้ผลิตเริ่มมองข้ามได้ยากขึ้น โดยเห็นได้ชัดจากการตัดสินใจล่าสุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการออกจาก OPEC ซาอุดีอาระเบียยังคงมีกำลังการผลิตสำรองมากที่สุดและเป็นแกนกลางของกลุ่ม แต่ทุกความพยายามในการพยุงราคาย่อมมีสิ่งที่ต้องแลก: จะยอมเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่ง โดยเฉพาะสหรัฐฯ หรือจะเพิ่มการผลิตและเสี่ยงให้รายได้ลดลง อย่างไรก็ดี ที่ระดับราคาสูงเช่นปัจจุบัน ย่อมมีแรงจูงใจให้ทุกฝ่ายฉวยโอกาสทำกำไรตราบเท่าที่ยังทำได้ ขณะเดียวกัน ผู้ผลิต shale oil ของสหรัฐฯ มีวินัยมากกว่ายุคทศวรรษ 2010 แต่หากราคา WTI ยืนเหนือ 70–75 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่อง ผู้ผลิตหลายรายก็ยังทำกำไรได้สูงและมีศักยภาพขยายการผลิตในระยะต่อไป ผลลัพธ์คือตลาดที่มีฐานราคาสูงขึ้น แต่ก็ยังมีเพดานที่มองเห็นได้ ราคาอาจเคลื่อนไหวอย่างไร้เหตุผลได้ตราบใดที่ความปั่นป่วนยังดำเนินต่อไป แต่ยิ่งยืนเหนือ 120 ดอลลาร์นานเท่าไร โอกาสที่จะเกิดการทำลายอุปสงค์ การหันไปใช้เชื้อเพลิงทดแทน และการเพิ่มขึ้นของอุปทานนอก OPEC ก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น สำหรับนักลงทุน นี่ไม่ใช่เพียงการพุ่งขึ้นระยะสั้นที่คาดว่าจะย่อตัวหรือไล่ตามได้แบบง่าย ๆ อีกต่อไป แต่มันคือการแข่งขันระยะยาวระหว่างความขาดแคลนกับการปรับตัว ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายยังไม่มีใครรู้

เทรด CFD ของน้ำมันและสินทรัพย์อื่น ๆ ที่ Libertex

นอกเหนือจากตราสารยอดนิยมอย่างหุ้น กองทุน ETF และสกุลเงินแล้ว Libertex ยังมี CFD ในกลุ่มพลังงานอีกหลากหลายประเภท รวมถึงอนุพันธ์น้ำมันอย่าง WTI Crude, Light Sweet และ Brent หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือสร้างบัญชีวันนี้ โปรดไปที่ www.libertex.org/signup